เมื่อตัดสินใจจะ ซื้ออุปกรณ์ฟิตเนส หรือ อุปกรณ์ออกกำลังกาย แล้ว ก็ต้องเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ได้ร่างกายแข็งแรงในแบบที่ใฝ่ฝัน ช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจที่จะออกกำลังกายได้ทุกๆ วัน สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บ จนกลายเป็นปัญหาสุขภาพได้ในระยะยาว
ดังนั้น เราจึงต้องเลือกอุปกรณ์ที่พร้อมตอบโจทย์เป้าหมายการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการเลือกซื้อเครื่องออกกำลังกายขนาดใหญ่อย่าง “จักรยานออกกำลังกาย” ซึ่งต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนมากเป็นพิเศษ ในวันนี้ Northfitness เลยอยากมาแชร์เคล็ดลับการเลือก ซื้อจักรยานออกกำลังกาย ให้เหมาะกับผู้ใช้งานกัน
เลือกประเภทจักรยานออกกำลังกายให้เหมาะสม
- จักรยานนั่งปั่น (Upright bike) ให้ท่าทางคล้ายกับการปั่นจักรยานธรรมดา เหมาะสำหรับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอทั่วไป
- จักรยานเอนปั่น (Recumbent bike) มีที่นั่งที่รองรับหลังและก้น ทำให้สะดวกสบายมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหลังหรือข้อเข่า
- จักรยานที่มีแรงต้าน (Spin bike) มีความคล้ายกับจักรยานถนน ช่วยให้ได้ประสบการณ์การปั่นที่ใกล้เคียงกับการปั่นจักรยานในสนามแข่ง
พิจารณาจากขนาดและความสะดวกสบาย
- ควรเลือกจักรยานออกกำลังกายที่สามารถปรับระดับแรงต้านได้
- สามารถปรับระดับที่นั่งและแฮนด์ เพื่อให้เหมาะกับสรีระร่างกายได้
- เลือกใช้เบาะที่บุด้วยฟองน้ำ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการออกกำลัง
ฟังก์ชันและคุณสมบัติ อัจฉริยะมากแค่ไหน
- หน้าจอแสดงข้อมูล: แสดงข้อมูลสำคัญได้อย่างครบถ้วน เช่น ระยะทางที่ปั่นจักรยาน เวลา ความเร็ว อัตราการเต้นของหัวใจ แคลอรีที่เผาผลาญ ไปจนถึงรอบขา (RPM) ที่สามารถวัดความเร่งของขาในการปั่นจักรยานต่อ 1 นาทีได้
- ฟังก์ชันการติดตาม: มีโปรแกรมการออกกำลังกายที่หลากหลาย เลือกได้แบบ Personalization เพื่อให้สามารถเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับเป้าหมายการออกกำลังกายของคุณได้
- การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน: บางรุ่นมีความสามารถในการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนมือถือ หรือแอปฯ การติดตามอื่นๆ เพื่อให้สามารถบันทึกข้อมูล และสามารถ Tracking การออกกำลังกายได้
ระบบแรงต้านทานที่เหมาะสม
- เลือกแรงต้านได้หลายระดับ: ควรมีระบบที่สามารถปรับระดับแรงต้านได้หลากหลาย ให้เหมาะกับสรีระ และสามารถปรับเปลี่ยนความยากง่ายของการออกกำลังกายได้ด้วย
- ระบบการต้านทาน: สามารถเป็นระบบแม่เหล็กหรือระบบผ้าเบรก ที่ให้ความรู้สึกเหมือนปั่นจักรยานจริง ซึ่งก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน เช่น
- ระบบผ้าเบรก (Friction Resistance) จักรยานออกกำลังกายที่ใช้ระบบแรงต้านแบบผ้าเบรก ใช้แรงเสียดทานระหว่างผ้าเบรกกับล้อเพื่อสร้างแรงต้าน ข้อดีก็คือ มีราคาถูก กว่าระบบแรงต้านแบบแม่เหล็ก (Magnetic resistance) การใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ปรับแต่งแรงต้านได้ง่าย แต่ข้อเสียคือ มักมีเสียงเสียดสีกันระหว่างผ้าเบรกและล้อ ผ้าเบรกสึกหรอ และต้องเปลี่ยนบ่อยครั้ง ให้ความรู้สึกฝืดหรือสากเวลาปั่น ไม่นุ่มนวลเท่าแบบแม่เหล็ก
- ระบบแม่เหล็ก (Magnetic Resistance) จักรยานออกกำลังกายที่ใช้ระบบแรงต้านแบบแม่เหล็ก เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับการออกกำลังกาย ซึ่งการทำงานของระบบนี้ก็คือ การใช้แม่เหล็กและคอยล์ไฟฟ้าในการสร้างแรงต้านที่ไม่ต้องสัมผัสกัน โดยที่แม่เหล็กจะอยู่ใกล้กับล้อหรือจานหมุน การปรับระดับแรงต้านจะเกิดจากการปรับตำแหน่งของแม่เหล็ก ซึ่งข้อดีคือ เสียงรบกวนต่ำ การบำรุงรักษาต่ำ การปรับแรงต้านมีความลื่นไหล แต่ข้อเสียคือ ราคาค่อนข้างสูง และการตั้งค่าระบบนี้อาจมีความซับซ้อนกว่าระบบผ้าเบรก
ระบบการขับเคลื่อนของจักรยานฟิตเนส
- ระบบการขับเคลื่อนแบบสายพาน (Belt drive) การใช้สายพานเพื่อส่งพลังงานจากแป้นเหยียบไปยังล้อหรือจานหมุน สายพานมักทำจากวัสดุที่ทนทาน เช่น โพลียูรีเทน (Polyurethane) ที่มีเสียงรบกวนต่ำ การบำรุงรักษาต่ำ ความทนทานสูง แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงเช่นกัน
- ระบบการขับเคลื่อนแบบโซ่ (Chain drive) ใช้โซ่ในการส่งพลังงานจากแป้นเหยียบไปยังล้อหรือจานหมุน ระบบนี้คล้ายกับจักรยานทั่วไปที่ใช้โซ่ โดยระบบนี้มักมีราคาถูกกว่าระบบสายพาน แต่อาจมีเสียงรบกวนและต้องดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ
- ระบบการขับเคลื่อนแบบแม่เหล็ก (Magnetic drive) ใช้แม่เหล็กในการสร้างแรงต้าน ที่ส่งผ่านล้อหรือจานหมุน โดยไม่ต้องสัมผัสกัน ระบบนี้มักเป็นส่วนหนึ่งของระบบแรงต้านแม่เหล็กเช่นกัน ซึ่งระบบนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ให้ประสิทธิภาพที่สูงตามไปด้วย เนื่องจากมีโอกาสสึกหรอของชิ้นส่วนน้อย จึงไม่ต้องเปลี่ยนหรือดูแลรักษาบ่อยๆ
การรับประกันที่คุ้มค่า คุ้มราคา มาพร้อมกับบริการหลังการขาย
การเลือก ซื้อจักรยานออกกำลังกาย ที่ดี ไม่เพียงแต่พิจารณาจากคุณสมบัติและประสิทธิภาพของจักรยานเท่านั้น แต่บริการหลังการขายก็สำคัญ เช่น การรับประกันสินค้า (Warranty) ในกรณีที่เครื่องชำรุด บริการซ่อมและบำรุงรักษา มีศูนย์บริการพร้อมให้บริการ รวมถึงการสั่งซื้อแล้วประกอบ ติดตั้งให้ฟรี หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนให้ในกรณีที่เสียหายหรือหมดอายุการใช้งาน ตลอดจนการมีศูนย์การบริการลูกค้าหรือมีช่องทางให้ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามได้อย่างสะดวก
แน่นอนว่า ไม่ใช่จักรยานฟิตเนสทุกประเภทจะเหมาะสมกับเรา สุดท้ายแล้วต้องประเมินว่า เป้าหมายคืออะไร จักรยานสไตล์ไหนหรือแรงต้านเท่าไหนที่เหมาะกับเรามากที่สุด ลองพิจารณาจากปัจจัยข้างต้นก่อนสั่งซื้อ หรือลองให้ Northfitness ค้นหาจักรยานออกกำลังกายที่ใช่สำหรับคุณ เรายินดีให้คำปรึกษา ประเมินความต้องการ และเปรียบเทียบอุปกรณ์ฟิตเนสให้คุณได้ที่ https://northfitness.co.th/contact/